รีวิวสาย audio cable 6 วิธีตรวจสอบคุณภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย

ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสาย audio cable 6 วิธีตรวจสอบคุณภาพสายสัญญาณเสียง ราคา คลิกเลย  (อ่าน 10 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

03-07-2018 , 16:43:59
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 531
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 วิธีตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คือเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ พวกเราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและก็เครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้ท่านภาพของสินค้ามีความแตกต่างกันด้วย ถ้าเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แต่ว่าถ้าพวกเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็จะต้องเผชิญกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ ทั้งยังเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่อาจประเมินประสิทธิภาพด้วยราคาได้ ด้วยเหตุว่าไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาสูง ต่างก็มีอีกทั้งคุณภาพดี คุณภาพต่ำ และปัญหาในตัวเองผสมปนเปกันไป เพราะฉะนั้น พวกเราก็เลยจึงควรมีวิธีการพื้นฐานสำหรับตรวจตราคุณภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป
.

.
การวิเคราะห์ประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำได้ 6 แนวทางดังต่อไปนี้
1. พิจารณาความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่เราสามารถตรวจตราด้วยตัวเองได้ แล้วก็ควรจะเช็คเป็นอย่างแรก เพราะว่าสายสัญญาณเสียงในขณะนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งแรงแล้วก็ความอ่อนไม่เท่ากัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่ราคาแพงถูกมักจะมีสายออกจะแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาสูงๆชอบมีสายอ่อน ข้อเสนอแนะคือ ไม่ควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน เพราะว่าจะไม่สามารถที่จะพับสายได้ ถ้าพับ ม้วนเก็บสายย่อมสร้างปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินไป ด้วยเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งบอบบาง เมื่อนำไปใช้งานเสมอๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ง่ายๆสาย audio cableที่เหมาะสมที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนเพียงพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แม้กระนั้นในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกให้ขาด ถ้าหากเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. สำรวจวัสดุที่ใช้ในการทำหัวสายว่าเป็นอย่างไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาในขณะนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆสำหรับการทำหัวสาย ได้แก่ ทองสัมฤทธิ์ รวมทั้งอลูมิเนียม ขอเสนอแนะว่าควรเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองเหลืองจะดีมากยิ่งกว่า เนื่องจากเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดียิ่งไปกว่าอลูมิเนียม ไม่ค่อยเจอปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้จะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะที่อลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก หากเสียบไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ นอกนั้น ทองเหลืองยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง มีอายุการใช้แรงงานช้านาน ไม่ค่อยพบปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดรูปผิดรอย ตอนที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมิเนียมนั้นจำต้องใช้งานอย่างรอบคอบ ถ้าไม่ฟูมฟัก หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันรวดเร็วทันใจ
3. สำรวจการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นยังไง มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีไหม โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับหัวเสียบได้อย่างสนิท ในขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพต่ำมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหงุดหงิดบ และก็หากสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่สามารถที่จะซ่อมแซมได้ ต้องทิ้งอย่างเดียว ด้วยเหตุนั้นสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราจึงจำต้องตรวจสอบจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. วิเคราะห์ความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี จะต้องมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เพราะเหตุว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับในการทิ่มกับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่มีการคลอนหรือหลวม ทั้งยังยังทิ่มได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหัวเสียบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่สามารถที่จะเสียบกับเครื่องไม้เครื่องมือได้ กำเนิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นตอนๆจะต้องรอพยุงไว้ ส่วนถ้าเกิดโลหะที่หัวทิ่มมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อทิ่มกับเครื่องใช้ไม้สอยจะทำให้มีโลหะบางส่วนโผล่ขึ้นมา แม้เผลอไปชนเข้าอาจจะก่อให้สายเกิดการหักได้
5. วิเคราะห์ความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยแค่ไหน ข้อนี้แม้จะมิได้มีผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ เพราะว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้งาน จะช่วยให้สามารถต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินจนกระทั่งมีความเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเกินความจำเป็นกระทั่งเกิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นกับการใช้งานของพวกเราว่าเป็นอย่างไร ถ้าเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับทิ่มวัสดุอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วไป ควรมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าหากเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำต้องลากสายยาวๆก็ควรจะมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. พิจารณาแบรนด์ของสาย ส่วนแบรนด์นี้ก็จัดว่ามีความสำคัญไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก เลี่ยงสินค้าจากแบรนด์แปลกๆหรือสินค้าโนเนม เนื่องจากว่าชอบเป็นสินค้าที่มิได้คุณภาพ ได้โอกาสชำรุดทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
วิธีการสำหรับเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่เราจำต้องให้ความเอาใจใส่ เพื่อการเชื่อมต่อวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้เรื่องเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ที่มา
บทความสายสัญญาณเสียง ราคา : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable