ผู้เขียน หัวข้อ: แนวทางตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีที่เหมาะกับธุรกิจของท่าน  (อ่าน 18 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

27-12-2017 , 01:26:01
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2599
    • ดูรายละเอียด

ปัจจุบันนี้ ธุรกิจขนาดย่อม หลายบริษัทต่างสรรหากรรมวิธีที่จะสร้างประสิทธิภาพในการทำงานและประหยัดค่าใช้จ่ายให้น้อยลงเท่าที่จะทำได้ พอให้สามารถขับเคี่ยวและอยู่รอดในยุคที่การค้าขายซบเซาอย่างในตอนนี้ การเปลี่ยนมาใช้  software โปรแกรมบัญชีอีกรูปแบบหนึ่งที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่กระนั้น software มีมากมายหลายตัวแทน จะซื้อเจ้าไหนจึงจะคุ้มกับเงินลงทุนที่จ่ายไป เราจึงอยากขอชี้ช่องทางข้อควรตรวจสอบเพื่อเป็นแนวทางให้คุณซื้อโปรแกรมบัญชีที่ลงตัวกับกิจการของท่าน ดังต่อไปนี้ครับ

1.ประเภทอุตสาหกรรม
ร้านค้าของคุณอยู่ในอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านค้าขายย่อย โรงงานผลิต หรือธุรกิจให้บริการ ซึ่งแต่ละประเภทอุตสาหกรรม ก็มีรายละเอียดการบันทึกบัญชีที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันนักพัฒนาซอฟแวร์จะพัฒนาโปรแกรมบัญชีให้เหมาะสมกับแต่ละประเภทธุรกิจ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานได้ดีกับอุตสาหกรรมหลายๆ ประเภทเช่นกัน แต่ถ้าท่านต้องการโปรแกรมบัญชีที่มีฟังก์ชั่นเข้ากับธุรกิจคุณ หรือมีส่วนปลีกย่อยพิเศษสำหรับกลุ่มธุรกิจบางแบบ เช่น กิจการปลูกสร้าง โรงงานผลิต และศูนย์กระจายสินค้า ควรจ้างโปรแกรมเมอร์มาออกแบบโปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับธุรกิจท่านจะดีกว่า
2.ขนาด บริษัท
รายละเอียดของการบันทึกบัญชีจะมีมากหรือน้อยขึ้นตามขนาดของ กิจการ คุณเลือกใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่สามารถใช้งานได้กับ ธุรกิจที่มียอดจำหน่าย เฉลี่ย ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าร้านค้าของคุณมีขนาดใหญ่กว่านี้และมีความซับซ้อน โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถรองรับระบบได้ ดังนั้นควร ตัดสินใจเลือกให้เหมาะสมกับขนาด และสามารถที่จะอัพเกรดวางแผนเผื่ออนาคตไว้ด้วย
3.ฟังก์ชันอะไรบ้างที่ต้องการใช้งาน
ก่อนการ เลือกซื้อซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรถามว่ามีส่วนใดหรือโมดูลอะไรที่ร้านค้าคุณต้องการ ควรลิสความต้องการ คุณลักษณะ หรือรูปแบบการใช้งานออกมาเป็นหัวข้อเสียก่อน บางบริษัทอาจจะอยากได้การเข้าถึงที่ไม่ยาก หน้าต่างโปรแกรมไม่ซับซ้อน ขณะที่กิจการอื่นอาจจะต้องรูปแบบตอบสนองรองรับในการจ่ายเงินออนไลน์ หรือการใช้ credit card หรือการจัดการสินค้าคงคลัง หรือสร้างดัดแปลงใบ invoice เองได้ ดั้งนั้นควร เลือกซื้อโปรแกรมบัญชีสามารถรองรับความต้องการเหล่านี้ได้ และเข้ากับธุรกิจคุณ อย่าเสียเงินให้กับส่วนเสริมที่ไม่จำเป็น
4.การดูแลและให้คำปรึกษา
ในเวลาที่ท่านมีปัญหาใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัท software สามารถซับพอร์ท แก้ปัญหาได้รวดเร็วเพียงใด ติดต่อสื่อสารได้ตลอดเวลาหรือไม่ น่าไว้วางใจหรือไม่ มีศูนย์ดูแลในพื้นที่หรือไม่ และที่สำคัญตัวแทนพวกนั้น มีผู้เชี่ยวชาญทางด้านไอที บัญชี คอยให้คำปรึกษาท่านหรือไม่ โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถ ค้นหา จากอินเตอร์เน็ต หรือซักถามธุรกิจที่อยู่อยู่ใกล้ๆ กันดูได้
5.งบในการซื้อ
งบในการซื้อจะเป็นประเด็นประเด็นหลักที่มีผลต่อการ ซื้อโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีแบบเบสิคจะมีราคาที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีรูปแบบเฉพาะที่ออกแบบ Function การใช้พิเศษ ท่านคงต้องลงทุนสูงกว่าแน่นอน และก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำตารางวิเคราะห์ความคุ้มค่าออกมาเป็นตัวเลข เพื่อจะได้ทราบว่าท่านไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินความจำเป็น หรือไม่คุ้มค่ากับการใช้งาน
6.โปรแกรมบัญชีมีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่
จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากถ้าคุณสามารถทดลองโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะซื้อจริง เพราะจะทำให้รู้แง่มุมต่างๆ ทั้งเรื่องความง่ายดายในรูปแบบต่างๆ อุปสรรคที่พบ การใช้งานฟังก์ชันโมดูลต่าง ลงตัวหรือไม่ ดังนั้น ก่อน เลือกซื้อซื้อซักถามกับบริษัทซอฟแวร์ว่ามีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปจะให้ใช้ฟรี 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทีเดียว
ท้ายสุดแล้วควรสืบถามบริษัทอื่นๆ ที่คุณรู้จักเกี่ยวข้องโปรแกรมบัญชีที่อยู่ในความสนใจ อย่างน้อย 3 กิจการ ควรซักถามเรื่องปัญหาการใช้งาน ปัญหาที่พบจากการใช้งาน อะไรที่ควรให้ตัวแทนปรับปรุง หรือการดูแลและให้คำปรึกษาของบริษัทซอฟแวร์ดีหรือไม่ ยิ่งไปกว่านี้หากเป็นไปได้ควรเลือกโปรแกรมบัญชีที่เป็นที่นิยม มีร้านค้าใช้จำนวนมาก ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่า

เครดิตบทความจาก : http://onlinefromaccount.tumblr.com/post/123372354842

Tags : โปรแกรมบัญชี