แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - penbunya21feb

หน้า: [1] 2
1

          ‘อุบัติเหตุ’ นั้นสามารถเกิดได้ทุกเวลาและที่สถานยิ่งทำให้ปัจจุบันนี้ทำให้บริษัทประกันนั้นทำประกันอุบัติเหตุขึ้นมาแต่ก็มีหลายประเภทไม่ว่าเป็นจะเป็นประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันอุบัติเหตุแบบกลุ่ม หรือประกันอุบัติเหตุการเดินทางเป็นต้นเพื่อตอบสนองความต้องการในการคุ้มครองของลุกค้านั้นมากยิ่งขึ้นวันนี้เราจึงนำความรู้เล็กๆน้อยเกี่ยวกับประกันอุบัติเหตุการเดินทางมาให้คุณได้อ่านล่ะศึกษากัน  การทำประกันอุบัติเหตุการเดินทางนั้นจำเป็นมากโดยเฉพาะคนที่ชอบเดินทางโดยทาง นักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจที่ต้องไปคุยงานต่างที่อุบัติเหตุนั้นก็สามารถเกิดขึ้นกับคุณได้ตลอดเวลา จึงทำไมมีการทำประกันอุบัติเหตุการเดินทางเพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองต่อนักเดินทางหลายๆท่าน แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวหลาย ๆ คน อาจจะเกิดคำถามในใจ หรือมีความคิดสองจิตสองใจว่าจะซื้อประกันอุบัติเหตุการเดินทางดีหรือไม่ โดยเฉพาะประกันอุบัติเหตุการเดินทางต่างประเทศ คิดว่าซื้อแล้วก็กลัวว่าจะไม่คุ้มค่า หรือคิดว่าจะไม่ซื้อแต่ก็กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แล้วต้องมานั่งนึกเสียใจในภายหลัง โดยต่อไปนี้จะเป็นสถานการณ์ตัวอย่าง ที่อาจจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าประกันเดินทางต่างประเทศนั้นเหมาะกับคุณหรือไม่

- เมื่อคุณต้องเดินทางไปยังประเทศที่คุณจำเป็นต้องทำประกันอุบัติเหตุการเดินทางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น คิวบา ประเทศในกลุ่มสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การ์ต้า เตอร์กี และประเทศในกลุ่มเชงเก้น ซึ่งได้แก่ ไอซ์แลนด์ ฟินแลนด์ เดนมาร์ก โปรตุเกส กรีซ เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส อิตาลี ลักแซมเบิร์ก นอร์เวย์ สวีเดน เบลเยี่ยม ออสเตรีย สเปน และอิตาลี

- เมื่อแผนการเดินทางของคุณสลับซับซ้อน มีสถานที่ที่ต้องไปเยือนเป็นจำนวนมาก หรือแผนการเดินทางที่วางไว้มีระยะเวลาที่ยาวนาน ถ้าส่วนใดส่วนหนึ่งของแผนการเดินทางต้องถูกขัดขวาง ความคุ้มครองจากประกันภัยการเดินทาง อาจช่วยให้ส่วนที่เหลือของแผนการของคุณไม่ติดขัด

- เมื่อคุณต้องเดินทางท่องเที่ยวออกนอกประเทศ เพราะบางครั้งความเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุอาจเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าคุณไม่มีประกันอุบัติเหตุการเดินทาง คุณอาจจะต้องเสียเงินค่ารักษาพยาบาลเป็นหลักแสนหรือมากกว่า นอกจากนี้ตัวประกันเองก็ยังคุ้มครองในกรณีที่มีการส่งต่อตัวผู้ป่วยกลับประเทศ

- เมื่อโปรแกรมการเดินทางของคุณมีค่าใช้จ่ายสูงมาก การซื้อประกันอุบัติเหตุการเดินทางก็จะช่วยคุ้มครองค่าใช้จ่ายที่คุณเสียไปกับการท่องเที่ยว

- ถ้าคุณเป็นนักท่องเที่ยวที่วิตกกังวล และต้องการความคุ้มครองจากประกันอุบัติเหตุการเดินทางในทุกๆที่ที่คุณไป การซื้อประกันก็จะทำให้คุณรู้สึกท่องเที่ยวได้อย่างสบายอกสบายใจและมีความสุข

2

            บ้านและสวนนั้นเป็นของคู่กันที่ถือว่าขาดกันไม่ได้เลยทีเดียวเพราะการจัดสวนรอบๆบ้านนั้นจะทำให้บ้านเรานั้นดูร่มรื่นน่าดูมากยิ่งขึ้นไม่ว่าบ้านเรานั้นจะมีพื้นหน้าบ้านมากน้อยเพียงการจัดสวนหน้าบ้านก็จะทำให้บ้านเราน่าดูมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นบ้านและสวนการทำให้ถูกตามหลักฮวงจุ้ยนั้นถือได้ว่าเป็นที่สำคัญเลยก็ว่าได้เพราะถ้าบ้านและสวนจัดไม่ถูกตามหลักฮวงจุ้ยคนจีนจะเชื่อจะทำให้บ้านไม่อยู่แต่เรื่องและปัญหาวันเราจะเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการจัดสวนหน้าบ้านให้ถูกหลักฮวงจุ้ยมาให้คุณได้ลองอ่านกันดู
1.การจัดสวนต้องมีองค์ประกอบครบทั้ง 5 ธาตุ
             สวนที่ดีนั้น จะต้องประกอบด้วยดินที่สมบูรณ์ (ธาตุดิน) น้ำตก น้ำพุ อ่างบัว บ่อปลา (ธาตุน้ำ) ต้นไม้ (ธาตุไม้) แสงแดดส่องถึง (ธาตุไฟ) และที่สำคัญ จะต้องมีการตกแต่งสวนอย่างสวยงาม หรือ ที่เรียกว่า ธาตุทอง ไม่ใช่ปล่อยให้สวนในบ้านรกรุงรังกลายเป็นป่าไป
2.ถ้าวางก้อนหินผิดจะเป็นอุปสรรคใหญ่หลวง
            การใช้ “หิน” มาแต่งสวนควรต้องระวังให้มากเช่นกัน โดยเฉพาะก้อนหินใหญ่มีความหายนั้นในทางฮวงจุ้ยว่า “อุปสรรค” เพราะฉะนั้นการเลือกก้อนหินในการตกแต่งสวน ควรเลือกที่มีลักษณะกลมมน ไม่ควรเป็นเหลี่ยมคม หรือ มีมุมแหลม และก้อนหินที่มีรู ก็เป็นลักษณะต้องห้ามเช่นเดียวกัน ส่วนตำแหน่งในการวาง ส่วนใหญ่เลยจะนำไปวางบริเวณมุมบ้าน ไม่ควรวางที่หน้าบ้าน หรือ บริเวณที่ตรงกับประตูบ้าน
3.บ้านเล็กไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่
            บ้านเล็กที่มีขนาดพื้นที่จำกัดอย่างบ้านทาวน์เฮาส์ ตึกแถว ในการจัดสวน ไม่ควรเอาต้นไม้ใหญ่มาปลูก เพราะจะทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี และสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ต้นไม้ใหญ่จะทำลายฐานบ้าน และกิ่งก้านของต้นไม้ก็ยังทำลายตัวบ้านอีกด้วย
4.ต้องหันหน้าน้ำตกเข้าบ้านเสมอ
          ในการแต่งสวน โดยมี “น้ำ” เข้ามาเกี่ยวข้อง ตำราฮวงจุ้ยบอกไว้ว่าควรจะต้องระวังเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกรณีของน้ำตก ที่มีการไหลของน้ำไม่เหมือนอย่างอื่น หน้าน้ำตก จะต้องหันเข้าบ้านเสมอ ไม่ควรเอาหันออกนอกบ้าน เพราะนั้นจะหมายถึง “เงินไหลออก” เนื่องจากน้ำแทนความหมายในเรื่องการเงิน โชคลาภ นั่นเอง นี่เป็นกฎเกณฑ์ที่ควรต้องจำไว้ในการตกแต่งสวน
5.เลี่ยงไม้ที่มีหนามออกในการแต่งสวน
         ในทางฮวงจุ้ย ต้นไม้ที่มีหนามแหลม จะถือเป็นข้อห้ามอยู่แล้ว เพราะหนามที่แหลมคมนั้น จะส่งผลกระทบต่อผู้อาศัยได้ แต่บางทีจะเห็นว่าต้นไม้อย่าง ต้นโป๊ยเซียน ต้นเฟื่องฟ้า ทำไมถึงไม่ห้าม?
ความจริงแล้ว ไม้หนามอย่างโป๊ยเซียนหรือเฟื่องฟ้า ก็เข้าข่ายเป็นต้นไม้ต้องห้ามเช่นกัน เพราะมีหนามแหลม เพียงแต่ชื่อของต้นไม้เป็นชื่อมงคล และต้นเฟื่องฟ้าส่วนใหญ่ก็นิยมปลูกที่ริมรั้วหรือกำแพง ซึ่งนั้นกลับเป็นผลดีในแง่การป้องกันสิ่งที่ไม่ดีเข้าบ้าน

3

                   นักกีฬาหลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จกับการปกป้องผิวโดยการใช้ครีมกันแดดหน้าและตัว จึงต้องเผชิญกับปัญหาผิวดำคล้ำเสียอยู่เรื่อยและคิดว่าเป็นเพราะครีมกันแดดหน้าและตัว ที่ใช้อยู่นั้นไม่ดี แต่เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกก็ไม่สามารถได้ผิวสวย ๆ กลับคืนมาเสียที วันนี้เราจึงนำเคล็ดไม่ลับในการเลือกครีมกันแดดหน้าและตัวไว้ใช้เวลาเล่นกีฬากลางแจ้งมาให้ เวลาเล่นกีฬานั้นย่อมต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจ ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีเหงื่อออกเพื่อขับความร้อนภายในร่างกาย และเนื่องจากเหงื่อจัดว่าเป็นน้ำชนิดหนึ่ง จึงสามารถชะล้างสิ่งต่าง ๆ ที่เกาะตัวอยู่บนชั้นผิวได้รวมทั้งครีมกันแดดด้วย ดังนั้นครีมที่เหมาะสมจะนำมาใช้เมื่อต้องเล่นกีฬากลางแจ้งจึงต้องมีคุณสมบัติกันน้ำเป็นอันดับแรก ถัดมาคือเป็นครีมที่ติดแน่นทนนานกว่าครีมกันแดดหน้าและตัวทั่วไปจะได้ไม่เสียเวลามาทาครีมเพิ่มบ่อย ๆ นอกจากนี้คุณสมบัติอีกประการหนึ่งของครีมกันแดดหน้าและตัวที่มองข้ามไปไม่ได้เลยก็คือ จะต้องไม่ทิ้งคราบเหนียวลื่นเอาไว้บนผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นหลังทา เปียกน้ำหรือถูกเหงื่อ ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในการแข่งกีฬาได้ เช่น การทำไม้แร็คเก็ตหลุดมือเพราะลื่น เป็นต้น ปัจจุบัน ได้มีผู้คิดค้นครีมกันแดดหน้าและตัวที่เหมาะสมกับการเล่นกีฬากลางแจ้งหรือกีฬาทางน้ำออกมาหลายชนิดด้วยกัน เวลาเลือกซื้อก็อย่าลืมสังเกตฉลากกันนะคะว่ามีคำว่า Sport อยู่หรือเปล่า ยอมเสียเวลาสังเกตสังกาผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้กันสักนิดจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง
ต่อมาเราดูประเภทครีมกันแดด(แบ่งตามส่วนที่ทา)ว่ามีคุณสมบัติอะไรบ้าง
1. ครีมกันแดดหน้า (Sunshade)
ครีมกันแดดประเภทนี้ มักมีส่วนผสมของซิงค์ออกไซด์หรือไททาเนียมไดออกไซด์ มีคุณสมบัติช่วยป้องกันรังสี UV ได้ทุกชนิด ใช้สำหรับการทาบริเวณที่บอบบาง อาทิ บริเวณใบหน้า ลำคอ และริมฝีปาก
2. ครีมกันแดดลำตัว (Sunscreen/Sunblock)
ครีมกันแดดประเภทนี้ มักมีส่วนผสมของสารเคมีหลายชนิดที่ผสมผสานกันระหว่างสารเคมีที่ทำหน้าที่ดูดซับ และสะท้อนรังสี UV ซึ่งประสิทธิภาพจะถูกระบุเป็นค่า SPF

4

             หลายๆคนนั้นความรู้เรื่องกันแดดมากมายหลายอย่างไม่บางก็ไม่ได้รู้เลยว่าอันนี้คือเรื่องจริงอันไหนคือเรื่องเข้าใจผิดยกตัวอย่างเช่น เรามักจะเชื่อว่า ครีมกันแดดที่ดีที่สุดคือครีมกันแดดที่ค่า SPF สูงๆ ที่จริงไม่ใช่เพราะการเลือกใช้ค่า SPF เหามะสมนั้นเราต้องคำนึงว่าการใช้ชีวิตประจำวันของเรานั้นพบเจอแดดมากนั้นเพียงใดนั้นเอง เพราะการที่ใช้ครีมกันแดดที่มี SPF สูงเกินไปอาจจะส่งผลเสียต่อผิวเราก็ได้วันนี้เราจึงมีสาระความรู้ที่คนเราชอบเข้าใจผิดๆในการทาครีมกันแดด

1.ถ้าดำแดดตั้งแต่เด็ก โตมาก็คงไม่ขาวแล้ว
           เคยเห็นกระทู้ Before-After กันไหมสาวๆ หลายคนที่ตอนเด็กๆ ตากแดดจนตัวดำคล้ำ อยู่ๆ วันนึงผิวก็ขาวผ่องขึ้นส่วนใหญ่พวกเธอมักจะมีครีมกันแดดที่ดีที่สุดที่เหมาะสมกับพวกเธอเป็นเพื่อนซี้ด้วยกันทั้งนั้น แค่โบกครีมบำรุงผิว แล้วทาครีมกันแดดทุกวันจนเป็นนิสัย จะดำแค่ไหนก็ยังมีความหวัง แต่สิ่งที่ช่วยได้คือป้องกันไม่ให้แดดเผาซ้ำซากจนดำแล้วดำอีก ไม่ใช่ขาวเวอร์เกินผิวจริง

2.ไม่อยากใช้ครีมกันแดด เพราะกลัวแพ้
            สาวๆ ส่วนใหญ่ที่ไม่ยอมใช้ครีมกันแดด ก็เพราะเคยใช้แล้วเป็นสิว เลยรู้สึกว่าตัวเองต้องแพ้ครีมกันแดดแน่ๆ ที่จริงแล้วอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นเสมอไป บางครั้งการใช้ครีมกันแดดที่เกาะผิวแน่นหนึบ มีสารปกป้องรังสีขั้นเทพ การล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า หรือโฟมล้างหน้าทั่วๆ ไป อาจจะเอาไม่อยู่ ดังนั้นเราควรใช้ออยล์เช็ดเครื่องสำอาง หรือใครกลัวแพ้ก็น้ำมันมะพร้าว นวดๆ ถูๆ ให้ครีมกันแดดหลุดออกก่อน ถึงค่อยล้างหน้าตามปกติ เพราะการล้างหน้าไม่สะอาดแล้วสิวขึ้น เป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้หลายคนคิดว่าตัวเองแพ้ครีมกันแดดเลย

3.เครื่องสำอางมี SPF แล้ว ไม่ต้องทากันแดดซ้ำอีก
         ถ้าใครบอกว่าในเครื่องสำอางก็เขียนอยู่ว่าผสมสารกันแดดมี SPF มาแล้ว จะไปทาซ้ำหลายชั้นอีกทำไม หรือบางคนคิดว่าในครีมมี SPF 15 ในรองพื้นมี SPF 30 รวมกันก็เป็นSPF 45 แล้ว ไม่ใช่เลย!ทางที่ดีเราควรทาครีมกันแดดประมาณ SPF 30 PA+++ เพื่อป้องกันรังสียูวีบีและยูวีเอไปพร้อมๆ กัน อย่าไปหวังพึ่งสารกันแดดในเครื่องสำอาง เพราะคุณสมบัติมันต่างกัน

4. SPF 100+ แปลว่ากันแดดได้ 100%จริงหรือ
            ที่จริงแล้วค่า SPF หมายถึงเมื่อเราทากันแดดแล้ว ผิวเราจะทนต่อแสงได้เพิ่มอีกกี่เท่า (ปกติผิวเราทนแดดได้แค่ 20-30 นาที) แปลว่าต้องเอาเวลาที่ผิวเราทนแดดได้มากที่สุด ไปคูณกับค่า SPF เช่น ผิวปกติทนได้ 30 นาที x ค่า SPF 30 = 900 นาที (15 ชั่วโมง) เป็นต้น แต่อย่าลืมว่ากันแดดก็มีหลุดมีจางตามเหงื่อด้วยที่สำคัญกันแดดส่วนใหญ่ค่าสูงสุดแค่ SPF 50 ก็เพียงพอแล้ว เพราะสูงกว่านี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่

5.ทาครีมกันแดดมากๆ อาจเป็นมะเร็งผิวหนัง
         ในเมื่อครีมกันแดดเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้ผิวหนังของเราได้รับรังสียูวีและอัลตร้าไวโอเลตน้อยลง ความเชื่อที่ว่าอาจะเป็นมะเร็งผิวหนังได้ง่ายเมื่อทาครีมกันแดดจึงอาจไม่ใช่ความเชื่อที่ถูกต้องนัก แถมที่ออสเตรเลียยังมีการทำวิจัยเป็นเวลานานหลายปี พบว่า 75% ของคนที่ทากันแดดทุกวันมีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังน้อยกว่าคนที่ไม่ค่อยได้ทาครีมกันแดด

5

            ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนผื่นขึ้นหน้าสามารถเกิดขึ้นได้ทุกฤดูจริงๆเพราะสาเหตุของผื่นขึ้นหน้าไม่เพียงแค่แพ้อากาศอย่างเดียวแต่ผื่นขึ้นหน้านั้นเกิดขึ้นได้หลายเช่นกันไม่ว่าจะเป็นการแพ้อาหาร การแพ้ขนสัตว์ การแพ้ครีมหรือเครื่องสำอาง การแพ้เกสรดอกไม้ เป็นต้นวินี้จึงมีการรักษาผื่นขึ้นโดยวิธีง่ายๆมาดูกันเลย

วิธีแก้ผื่นคันให้หายคันอย่างปลอดภัย
วิธีการรักษาผื่นขึ้นหน้าและตัวนั้นสามารถทำได้หลากหลายวิธีด้วยกัน โดยวนนี้เรามีเทคนิคง่ายๆมาฝากกันดังนี้

1. น้ำแข็ง   โดยการนำน้ำแข็งมาประคบบริเวณที่เป็นผื่นประมาณ 10 นาที ในทุกๆ 2 – 3 ชั่วโมง จะช่วยระบายความร้อน รวมถึงลดอาการคันและบวมได้เป็นอย่างดี
2. ว่านหางจระเข้   โดยการนำเนื้อวุ้นจากว่านหางจระเข้ นำมาทาให้ทั่วบริเวณที่เป็นผดผื่นคัน จะช่วยลดอาการคันและรักษาโรคผิวหนังได้อีกด้วย
3. ใบสะเดา   เพียงนำใบสะเดามาตำหรือปั่นให้ละเอียด แล้วจึงนำไปพอกบริเวณที่เป็นผดผื่นคันให้ทั่ว จะช่วยบรรเทาอาการคัน และรักษาผื่นคันให้ลดลงได้
4. การบูร  โดยการนำการบูรมาทาบริเวณที่เป็นผื่นคัน จะช่วยลดอาการคันและผื่นได้ เนื่องจากการบูรเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาโรคผิวหนัง รวมทั้งฆ่าเชื้อราได้อีกด้วย
5. เบคกิ้งโซดา  เพียงก่อนอาบน้ำ นำเบคกิ้งโซดาปริมาณ 2 – 3 ช้อนผสมลงไปในอ่างอาบน้ำ จากนั้นนอนแช่สักพัก จะช่วยให้รู้สึกสบายตัวและลดผื่นคันได้

6

            ในปัจจุบันนี้การกู้เงินธนาคารนั้นไม่ได้ยากอะไรเลยแต่ส่วนใหญ่ที่ไม่ผ่านนั้นคือเงินที่เหลือต่อเดือนนั้นไม่เพียงต่อการชำระหนี้สำหรับการกู้เงินธนาคารนั้นเอง ซึงถ้าหากเราจะกู้เงินธนาคารให้ผ่านนั้นคุณจะต้องเคลียร์ชำระหนี้สินต่างๆไม่ว่าจะเป็นค่าบัตรเครดิต ค่ารถ เพื่อให้เงินเดือนของคุณนั้นเหลือเพียงพอต่อการชำระหนี้สิ้นเมื่อขอกู้เงินธนาคารนั้นเอง เราเลยมีสาระความรู้ง่ายๆในการกู้เงินธนาคารว่าทางธนาคารจะเช็คอะไรบ้างในตัวคุณเมื่อมาขอกู้เงินธนาคารนั้นเอง

ที่มาของรายได้
           รายได้ที่เป็นเงินเดือนส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา สบายๆขึ้นอยู่กับว่าจะได้เงินเดือนมากหรือน้อย เก็บสะสม สลิปเงินเดือนเอาไว้ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นกู้ซื้อบ้าน แล้วก็อย่าลืมอัพเดทสมุดบัญชีธนาคารกันทุกเดือน ธนาคารจะขอดูการเคลื่อนไหวและเงินเดือนที่เข้ามาต่อเนื่องทุกเดือนย้อนหลังเป็นเวลา 6 เดือน จะได้ไม่ต้องไปขอรายการเคลื่อนไหวในบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 6 เดือนที่ธนาคารเพราะมีค่าธรรมเนียมการขอ
          แล้วกรณีที่ไม่ได้เป็นพนักงานบริษัทแต่ประกอบธุรกิจส่วนตัวหรืออาชีพอิสระก็ให้เพื่อนอัพเดทสมุดบัญชีธนาคารไว้ทุกเดือนครับ ส่วนใหญ่ธนาคารจะดูเอกสารการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนและดูทะเบียนพาณิชย์หรือใบประกอบวิชาชีพ สรุปรายการเงินเดินบัญชีสำคัญมาก ถ้าไม่มีคงกู้ลำบาก เพราะธนาคารอาจไม่มั่นใจว่ารายได้ของเราจะมีมาตลอดไหม จึงต้องขอดู 6 เดือนย้อนหลังเพื่อประกอบการพิจารณา

ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
            เรื่องค่ากินค่าอยู่ก็ต้องถูกเอามาประเมินร่วมด้วย รวมถึงค่าเลี้ยงดูบุตร ส่วนนี้ธนาคารเค้าจะประเมินตามความเหมาะสมเอง ในการอนุมัติสินเชื่อบ้าน ธนาคารแต่ละที่จะคิดออกมาไม่เหมือนกัน

            สุดท้ายไม่ต้องกังวลหากเรามีรายได้ดีมีเงินเหลือใช้ก็มีโอกาสกู้ผ่าน หรือถ้าหากไม่ผ่านรายได้ไม่พอเจ้าหน้าที่ธนาคารจะเป็นฝ่ายให้คำปรึกษาเราเองว่าให้นำเงินไปปิดยอดบัตรเครดิต คือพยายามทำให้เมื่อประเมินรายได้และรายจ่ายแล้วยังคงมีเงินเหลือสำหรับผ่อนบ้านได้ แต่ส่วนตัวอยากแนะนำให้ซื้อบ้านเมื่อสุขภาพทางการเงินของเราพร้อมจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นแล้วจะเบียดเบียนตัวเองและคนรอบข้างเปล่าๆ เก็บเงินดาวน์บ้านสักก้อนใหญ่ๆ แล้วก็กู้ซื้อบ้านอีกนิดดอกเบี้ยก็น้อยลง อย่าลืมว่าไม่ว่าจะเป็นธนาคารเอกชนหรือรัฐบาลดอกเบี้ยเบ่งบานจริงๆ เราทำได้ดีที่สุดคือเลือกธนาคารที่ออกดอกเบี้ยดอกเล็กที่สุดเท่านั้น

7

          ในปัจจุบันนี้ไม่ว่าเป็นผลิตภัณฑ์กันแดดคุมมันหรือผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วไปนั้นถือได้ว่ามีประเภทหลายรูปแบบแต่ล่ะรูปแบบนั้นก็จะมีความเหมาะสมต่อการใช้งานที่แตกต่างกันไปเนื่องจากในบนโลกของเรานั้นถือได้ว่าอันตรายพอสมควรซึ่งถ้าหากคุณออกแดดโดยไม่มีการปกป้องผิวของตนเองเลยนั้นเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งผิวหนังได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้นการทาผลิตภัณฑ์กันแดดคุมมันหรือผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วไปจึงเป็นสิ่งจำเป็นไม่ว่าคุณจะออกไปไหนก็ตาม ในวันนี้เราจึงมีสาระความรูเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับรูปแบบของผลิตภัณฑ์กันแดดคุมมันหรือผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วไปมาให้คุณได้ดูกันว่ารูปแบบเหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุด

รูปแบบผลิตภัณฑ์กันแดดคุมมันหรือผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วไป
          ผลิตภัณฑ์กันแดดในท้องตลาด มีรูปแบบที่หลากหลาย ซึ่งมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ในที่นี้จะยกตัวอย่างรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่นิยมใช้กัน ดังต่อไปนี้

1.รูปแบบอิมัลชัน
        ได้แก่ ครีม โลชัน เป็นรูปแบบที่นิยมใช้กันมากที่สุด มีความหนืดที่แตกต่างกันไป ข้อดีของรูปแบบนี้คือ มีความสามารถในการกระจายตัวบนผิวได้ดี รวมทั้งมีความสามารถในการเคลือบและยึดติดผิวได้ดี แต่ข้อเสียของผลิตภัณฑ์รูปแบบนี้คือ เมื่อเปรียบเทียบกับรูปแบบอื่น รูปแบบอิมัลชันจะทำให้ผู้ใช้เกิดความรู้สึกเหนอะหนะได้มากกว่า แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์รูปแบบอิมัลชันที่มีความเหนอะหนะน้อยวางจำหน่าย ในท้องตลาดเช่นกัน เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค

2. รูปแบบเจล
         เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีจุดเด่นในเรื่องความสวยงามของเนื้อผลิตภัณฑ์ ใส และน่าใช้ แต่ข้อด้อยที่มักพบคือ มักมีราคาแพง ฟิล์มที่เกิดจากเจลสามารถถูกชะออกโดยน้ำหรือเหงื่อได้ง่าย ทำให้สูญเสียประสิทธิภาพในการกันแดดไป

3. รูปแบบแอโรซอล
         เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดฉีดพ่นหรือสเปรย์ มีข้อดีคือ ใช้กับผิวหนังบริเวณกว้างได้ง่าย แต่ข้อเสียที่พบได้คือ มักเกิดฟิล์มที่ไม่ต่อเนื่อง ทำให้ประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากรังสี UV ลดลง

         และนี่ก็คือรูปแบบของผลิตภัณฑ์กันแดดคุมมันหรือผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วไปแต่ล่ะรูปแบบนั้นก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไปแต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าผลิตภัณฑ์กันแดดคุมมันหรือผลิตภัณฑ์กันแดดทั่วไปรูปแบบไหนที่เหมาะสมกับคุณมากที่สุด

8

         ใครๆนั้นก็อยากที่จะสร้างบ้านราคาประหยัด การที่เราจะสร้างบ้านราคาประหยัดนั้นต้องคำนึงถึงอะไรหลายๆอย่างที่เกี่ยวข้องกับต้นทุนในการสร้างบ้านของคุณ เช่น เรื่องขนาดของพื้นที่ใช้สอย,สเปควัสดุอุปกรณ์,งบประมาณของเราเป็นต้น ในบางคนนั้นนั้นต้องการสร้างบ้านราคาประหยัดแต่ก็ต้องบ้านที่ที่หลังใหญ่ วัสดุอย่างดีเป็นที่ 1 แต่มีมีเพียงงบประมานไม่กี่ล้านนั้นมันก็ยากถ้าจะทำจริงๆก็คงต้องมีการปรับลดขนาดพื้นที่ใช้สอยลงหรือ ลดสเปควัสดุ,อุปกรณ์ลง เช่น จากที่เลือกใช้กระเบื้องตารางเมตรละ 300-400 บาท ก็ลดลงมาใช้กระเบื้องตารางเมตรละ 100 กว่าบาท เป็นต้น ทีนี้เราจะได้ในราคาประหยัด แต่จะถูกใจที่คุณต้องการรึเปล่านั้นอยู่ที่ความชื่นชอบของคุณแล้ว

        ถ้าไม่ชอบก็มีอีกวิธีหนึ่ง วิธีนี้จะบอกว่าสร้างบ้านราคาประหยัดก็ไม่เชิง เรียกว่าราคาที่เหมาะสมน่าจะดีกว่า วิธีนี้ก็คือการจ้างเขาออกแบบบ้านให้ก่อน พร้อมทั้งระบุความต้องการของเราให้เขาทราบ ว่าต้องการบ้านแบบไหน พื้นที่ใช้สอยเท่าไหร่ ใช้วัสดุ-อุปกรณ์แบบไหน พร้อมทั้งบอกงบประมาณที่เราตั้งไว้ให้เขาออกแบบให้ หรือให้ทำรายการประมาณราคาบ้านให้ด้วยก็ได้(เขาคิดค่าใช้จ่าย) เราจะได้รู้ค่าใช้จ่ายหรืองบประมาณเบื้องต้นในการก่อสร้างบ้าน ซึ่งถ้าประมาณราคาออกมาแล้วแพงกว่างบที่เราตั้งไว้ก็ให้เขาปรับแก้ที่แบบบ้านหรือลดสเปควัสดุอุปกรณ์ก็ได้

      หรือถ้าไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายในการทำรายการประมาณราคาก็ไม่ใช่ปัญหา ก็เอาแบบบ้านพร้อมรายการประกอบแบบ(สเปควัสดุ-อุปกรณ์ของบ้าน)ไปให้ผู้รับเหมารับสร้างบ้านตีราคาเลยครับว่าต้องการให้สร้างบ้านตามแบบนี้ราคาเท่าไหร่? เอาไปเสนอหลายๆบริษัทฯ แล้วก็เปรียบเทียบราคาดูว่าที่ไหนจะสามารถสร้างบ้านราคาประหยัดที่สุดหรือถูกสุดได้ตามที่เราต้องการ แล้วค่อยเลือกมาเซ็นสัญญา

9

            สินเชื่อเงินสดเป็นที่สิ่งหลายๆคนเคยได้ยินและเคยรู้จักกันมาแล้วแต่คุณเคยรู้ไหมว่า สินเชื่อเงินสดนั้นจริงๆมันคืออะไรกันแน่น สินเชื่อเงินสดแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ สินเชื่อเงินสดที่อยู่ในรูปของบัตรกดเงินสดและสินเชื่อเงินสดประเภทส่วนบุคคล โดยทั้งสองประเภทนี้มีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ เป็นเงินสำรองให้กับลูกค้าที่ต้องการใช้เงินยามฉุกเฉิน แต่เนื่องจากสินเชื่อเงินสดมีการคิดอัตราดอกเบี้ยสูง หากมีเงินต้องรีบชำระหนี้ทันทีเพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยเป็นภาระกับเรามากเกินไปจนทำให้เกิดปัญหาทางการเงินขึ้นภายหลังและในวันนี้เรามามอบสาระความรู้เกี่ยวกับสินเชื่อเงินสดที่อยู่ในรูปของบัตรกดเงินสด ที่ทุกคนส่วนมีกันอยู่ในกระเป๋าสตางค์ของคุณอยู่แล้วนั้นแท้จริงมันคืออะไร

           สินเชื่อเงินสดประเภทบัตรกดเงินสดเป็นบัตรที่ออกโดยสถาบันการเงินหรือธนาคารให้แก่ผู้สมัคร ผู้สมัครจึงต้องมีคุณสมบัติตามที่สถาบันการเงินกำหนดไว้ เช่น มีเงินเดือนขั้นต่ำที่ 8,000 – 15,000 บาท มีอายุการทำงานไม่น้อยกว่า 3-6 เดือน มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป การสมัครสินเชื่อเงินสดประเภทนี้ ผู้สมัครไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม ไม่ต้องมีหลักประกัน และไม่ต้องมีบุคคลค้ำประกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อกำหนดของแต่ละสถาบันการเงิน เมื่อสมัครสินเชื่อเงินสดประเภทนี้เรียบร้อยแล้ว ผู้ถือบัตรสามารถกดเงินสดได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนอัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่สูงที่สุด คือ 28% ต่อปี

           อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อเงินสดประเภทบัตรกดเงินสดจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิต ซึ่งอยู่ที่ประมาณไม่เกิน 20% ต่อปี แต่การกดเงินสดออกมาใช้จากบัตรเครดิตจะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกดทุกครั้ง ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3-5% เนื่องจากบัตรกดเงินสดมีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่สูงมาก และมีการคำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวัน คือ นับตั้งแต่วันแรกที่เรากดเงินสดออกมาใช้จนกระทั่งถึงวันที่เราทำการชำระเงิน ดังนั้น ก่อนกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดออกมาใช้ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเสียก่อนและต้องจำเป็นจริง ๆ

            เมื่อเราชำระหนี้จากการกดบัตรกดเงินสดเรียบร้อยแล้ว ดอกเบี้ยจะหยุดคิดทันที บัตรกดเงินสดยังคงใช้ได้ตลอดไปเพื่อเป็นเงินสดสำรองหมุนเวียนต่อไปได้โดยเราทำการสมัครเพียงครั้งเดียว เราสามารถใช้บัตรกดเงินสดได้ตลอดไป ผู้ถือบัตรกดเงินสดจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมไม่ว่าจะกดเงินสดจากตู้หรือตู้เอทีเอ็มของสถาบันการเงินไหนก็ตาม บางธนาคารให้กดเงินสดได้จากตู้ของธนาคารที่ออกบัตรกดเงินสดเท่านั้น บางธนาคารกดได้จากตู้เอทีเอ็มทุกตู้ของทุกธนาคารและที่ไหนก็ได้ทั่วประเทศไทย บางธนาคารสามารถให้ลูกค้ากดเงินสดได้จากตู้ที่มีเครื่องหมายของกลุ่ม Pool ทั่วโลก

10

          ในปัจจุบันการทำประกันชีวิตนั้นถือได้ว่าจำเป็นและสำคัญเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้โดยบางทีการสมัครทำประชีวิตไปนั้นอาจจะจำทำไปด้วยความเต็มใจหรือบางทีการทำประกันชีวิตไปนั้นอาจทำไปเพื่อตัดความรำคาญของคนที่มาเสนขายประกันนั้นเองในวันนี้เราจึงมีความรู้เกี่ยวกับเบี้ยประกันชีวิตมาให้คุณได้ศึกษากันเพื่อเป็นแนวทางความรู้ในเรื่องประกันชีวิตเพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบจากผู้ขายประกันนั้นเอง

เบี้ยประกันชีวิต
ปัจจัยในการคำนวณอัตราเบี้ยประกันชีวิต

โดยอาศัยปัจจัย 3 ประการคือ...
(1) อัตรามรณะ คือ อัตราการเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัยแยกตาม เพศ,อายุ
(2) ดอกเบี้ยที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน
(3) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
จาก 3 ปัจจัยนี้ กรณีเกิดกำไร จะนำมาซึ่งเงินปันผลที่จ่ายคืนผู้เอาประกันภัยในกรณีเป็นการประกันภัยชนิดจ่ายเงินปันผล

การชำระเบี้ยประกันชีวิต
 (1) ชำระครั้งเดียว (Single Premium)
(2) ชำระเป็นระยะเวลา (Limited Payment) : กำหนดชำระ 10 ปี 15 ปี 20 ปี หรือตลอดชีพ แล้วกำหนดจ่ายเป็นรายปี ราย 6 เดือน ราย 3 เดือน หรือรายเดือน ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถติดต่อบริษัทเพื่อขอเปลี่ยนวิธีชำระได้

11

       เรามาชมตัวเครื่องกันเลยดีกว่า ดีไซน์ของ Gear VR รุ่นใหม่ หรือ Gear VR with Controller ในรอบนี้ก็ออกแบบมาคล้ายกับรุ่นเดิม (Gear VR 2.0)  ใช้วัสดุเป็นพลาสติกด้านสีโทนดำคมเข้มดี ดีไซน์จริงๆก็คล้ายกันเลยล่ะ แต่จุดที่ต่างออกไปคงจะเป็นตัวฝาปิดด้านหน้าที่ของรุ่นนี้จะเป็นแบบกลอสซี่หรือมันๆ ต่างจากตอน Gear VR 2.0 ที่เป็นพลาสติกผิวด้านขุ่นๆแทน

        ตัวจอย VR Controller จะมีรูปทรงคล้ายๆกับรีโมทขนาดพอดีมือ มีแถบสัมผัสกลมๆตรงกลาง และปุ่มกดอื่นๆนิดหน่อย อาทิ ปุ่ม Back , Home , เพิ่มลดเสียง และทริกเกอร์ ในกล่องจะมีแถมสายรัดกับข้อมือมาด้วยเพื่อไม่ให้หลุดมือเวลาถือเล่น และโชคดีที่ในกล่องจะแถมถ่านมาให้เราพร้อมเล่นได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อก่อนจะมาเล่นด้วย

       เริ่มแรกเราก็จำเป็นต้องเอาสมาร์ทโฟน Samsung มาเชื่อมต่อกันก่อน เพื่อดาวน์โหลดแอปของทาง Oculus ซึ่งสมาร์ทโฟนที่รองรับ Gear VR รุ่นใหม่ หรือ Gear VR with Controller นี้ก็จะเป็นเฉพาะรุ่นเรือธงเท่านั้น มีด้วยกัน 8 รุ่นด้วยกันดังนี้
- Samsung Galaxy S8+
- Samsung Galaxy S8
- Samsung Galaxy S7 Edge
- Samsung Galaxy S7
- Samsung Galaxy S6 Edge+
- Samsung Galaxy S6 Edge
- Samsung Galaxy S6
- Samsung Galaxy Note 5

12

       ในปัจจุบันสาวๆหลายๆคนที่นิยมการเซลฟี่เป็นอย่างมากไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ทำอะไร หรือไปกินอะไรบ้างซึ่งความทันสมัยในปัจจุบันนี้ใครๆก็นิยมมือถือที่ถ่ายรูปสวยถูกใจซึ่งในวันนี้เราจะมารีวิว Samsung Galaxy J7 Plus กันว่ามันสุดยอดยังไงบ้าง
        ด้านหน้าของ Samsung Galaxy J7 Plus มีหน้าจอที่ชิดมาก พร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วแบบ SuperAMOLED พร้อมกับความละเอียด 1920x1080 พร้อมกับรองรับ มัลติทัช กดพร้อมกันทั้งหน้าจอ 5 จุด การสู้แสงทำได้ดีมากเพราะหน้าจอแบบนี้สว่างและแสดงกำลังดี
       เรื่องคุณสมบัติของเครื่องที่น่าใช้ คงมาถึงเรื่อง User Interface ที่ใช้งาน ของเล่นครบ ระบบความปลอดภัยมา เหนือเกินความคาดหมายคือระบบสแกนใบหน้า ที่ใช้อยู่ใน Galaxy S8 แม้ว่าจะไม่ได้ฉลาดมาก แต่ถือว่าล้ำสำหรับมือถือราคาหมื่นต้น ๆทีเด็ดจริงอยู่ที่กล้องหลัง ด้วยเลนส์คู่ 13 + 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด 13 ล้านพิกเซลอยู่ที่ F1.7 ส่วน 5 ล้านอยู่ที่ F1.9 พร้อมฟีเจอร์ Live Focus ที่สามารถละลายหลังดีมาก จนเนียน แถมแก้ไขได้ด้วย ส่วนการถ่ายวีดีโอทำได้ที่ Full HD แต่ไม่ได้ใส่กันสั่นมาให้กล้องหน้า Samsung Galaxy J7 Plus ให้ขนาด 16 ล้านพิกเซล สามารถละลายหลังได้ โดยการกดปุ่มเดียว
      เรียกได้ว่าเป็นมือถือที่มีกล้องหลังคู่จาก Samsung ที่มีราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิดแต่ความสามารถเหลือล้นมาก ในราคาเพียง 12,900 บาท เพียงแต่ว่า เมื่อเทียบกับคู่แข่งสิ่งที่ Samsung ทำได้มือถือจีนก็ทำได้หมดแล้ว เหลือแค่เรื่องความไว้เนื้อเชื่อใจของมือถือที่คุณลอง ๆ เลือกดูมาติดตัวเท่านั้นเอง

13

               วันนี้เรามารีวิว กล้อง note 8 และตัวเครื่องของ note 8 ว่าเป็นอย่างไงกันบ้าง ในสมาร์ทโฟนที่หลายคนจับตามองมากที่สุดอย่าง Samsung Galaxy Note 8 ที่ในครั้งนี้นอกจากซัมซุงจะออกแบบตัวเครื่อง ปากกาและปรับสเปกใหม่แล้ว ด้านกล้องถ่ายภาพด้านหลังยังถูกปรับใหม่ให้แตกต่างจาก Galaxy S8/S8+ เอาใจเหล่าสาวกกับกล้องคู่ Dual Camera พร้อมเลนส์ 2 ระยะครั้งแรกของสมาร์ทโฟนซัมซุง

              หลายท่านนั้นค่อนข้างประหลาดใจกับการออกแบบที่ดูแล้วมีความแปลกมากกว่าสวยงาม ทั้งๆที่ตัวเครื่องมีพื้นฐานมาจาก Galaxy S8/S8+ ตั้งแต่สัดส่วนหน้าจอ 18.5:9 (ซัมซุงบอกว่าหน้าจอสัดส่วนนี้จะทำการให้รับชมภาพยนตร์ที่ส่วนใหญ่เป็นอัตราส่วน 21:9 ทำได้เต็มตาขึ้น) ไปถึงการจัดวางกระจกจอและปุ่มสั่งงานต่างๆนั้นเหมือนกับ Galaxy S8 แต่ในมุมมองของทีมงานกลับชื่นชอบดีไซน์ของ Galaxy S8 ที่ดูลงตัวกว่า

            ครั้งนี้ถือว่าซัมซุงเปิดตัว Galaxy Note 8 ได้อย่างหวือหวาเพราะเลือกใส่กล้องคู่มาให้ในรุ่นนี้ทันที (ปกติซัมซุงจะเลือกใส่นวัตกรรมใหม่มากับ Galaxy S เสียมากกว่า) โดยกล้องคู่ของ Note 8 ก็เดินตาม iPhone 7 Plus แบบเรียกได้ว่าเป็นพี่น้องกันเลย เนื่องจากกล้องทั้ง 2 ตัวที่ใส่มามีสองระยะคือ 26 มิลลิเมตรกับ 52 มิลลิเมตร หรือเทียบเท่าซูมออปติคอล 2 เท่า

            โดยในส่วนของซอฟต์แวร์กล้องก็ยังคงหน้าตาเหมือนกับ Samsung Galaxy ทุกรุ่นคือเน้นใช้งานง่าย แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาเฉพาะ Galaxy Note 8 อย่างแรกคือปุ่ม x2 ซึ่งเมื่อกดแล้วก็เท่ากับจะเปลี่ยนไปใช้เลนส์ 52 มิลลิเมตร ภาพก็จะถูกซูมเข้ามา (ลองกดรับชมวิดีโอด้านบน) หรือจะใช้นิ้วจิ้มค้างไว้ที่ปุ่มชัตเตอร์แล้วลากขึ้นลงเพื่อซูมเข้าออก รวมถึงใช้วิธีใช้นิ้วถ่างขยายแบบปกติก็ได้ โดยระบบซูมออปติคอลจะอยู่ที่ระยะ x1-x2 หลังจากนั้นไปจนถึง x10 จะเป็นดิจิตอลซูม

          ในส่วนโหมดถ่ายภาพอื่นๆ Galaxy Note 8 จะมาพร้อม Pro Mode สามารถปรับตั้งค่ากล้องได้เองรวมถึงเปิดความสามารถในการบันทึกแบบ RAW File ได้ โหมด Hyperlapse, โหมดอาหาร, Slow Motion, Panorama เป็นต้น

14

         หลายๆท่านอาจจะคงคุ้นเลยคำว่า สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นอย่างดี แต่บางคนนั้นอาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจว่า สินเชื่อส่วนบุคคล นั้นจริงๆแล้วมันคืออะไร เงินที่ได้จากข้อสินเชื่อส่วนบุคคลเป็นแบบไหนและมันคุ้มค่าต่อการเป็นหนี้จริงๆรึป่าว ในวันนี้เราเลยมีสาระความเล็กๆน้อยมาให้คุณได้ศึกษาเป็นความรู้ก่อนที่จะทำสินเชื่อส่วนบุคคลกัน

   สินเชื่อส่วนบุคคล คือ เงินกู้รูปแบบหนึ่งที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินอนุมัติให้กับบุคคลทั่วไปผู้ซึ่งมีรายได้มั่นคง เช่น พนักงานที่มีเงินเดือนประจำ ผู้ขอกู้เงินใช้ชื่อของตนเองในการขอกู้เพื่อนำเงินสดไปใช้จ่ายตามที่ต้องการ ธนาคารจะอนุมัติวงเงินให้สูงสุดประมาณ 5 เท่าของเงินเดือน การกู้เงินลักษณะนี้ไม่ต้องมีบุคคลหรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน

         สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่ผู้ขอ จะสามารถได้รับเงินเป็นก้อนมาเพื่อที่จะเอาไปใช้จ่ายในเรื่องต่างๆ ตามความเหมาะสมของผู้ขอ ซึ่งสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นสินเชื่อที่สามารถกำหนดระยะเวลากู้ได้แน่นอน ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่คงตัว และการชำระเงินรายเดือนที่เท่าๆกัน  ซึ่งการกู้นี้อาจจะได้เป็นเงินสดหรือไม่ใช่ก็ได้ หรืออาจจะเป็นสิ่งของที่มีความจำเป็นต้องใช้โดยตรง อย่างการซื้อสินค้าด้วยบัตรผ่อนสินค้าที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง

         การที่เป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล ก็คือการไปขอสินเชื่อจากสถาบันทางการเงิน โดยมีระยะเวลาในการกำหนดการจ่ายคืนด้วยการชำระเป็นงวด จะว่าไปก็เหมือนกับการที่เราไปกู้เงินธนาคาร แล้วเราก็เป็นหนี้นั่นล่ะ แต่การเป็นหนี้ของสินเชื่อส่วนบุคคล ต่างก็เป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกัน และทางธนาคารเองก็ถือว่ามีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นหนี้เสีย เพราะมีลูกหนี้หลายรายที่ไม่ยอมระเงินตามกำหนด เหตุนี้จึงทำให้อัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อส่วนบุคคล จึงมีอัตราที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อบ้านที่มีบ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันนั่นเอง

15

           หลายคนเคยสงสัยไหมว่าเรานั้นไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายทำไมเราต้องทาครีมกันแดดหน้าและตัวด้วย ในวันนี้เราจะไขข้อสงสัยกัน ว่าประโยชน์ของการทาครีมกันแดดหน้าและตัวนั้นจำเป็นต่อเราในชีวิตประจำอย่างไร
           การทาครีมกันแดดหน้าและตัวนั้นจะช่วยในการปกป้องการทำลายเซลล์ผิวหนัง จากรังสีอุลตร้าไวโอเลตในแสงแดด ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนังนั้นเอง และยังทำให้เกิดการสร้างเม็ดสีใต้ผิวหนังอีกด้วยซึ่งต่อให้คนเอเชียนั้นอาจมีโอกาสที่จะเกิดมะเร็วผิวหนังมีไม่มากนัก ดังนั้นการใช้ครีมกันแดดหน้าและตัว จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกัน การเกิดจุดด่างดำบนผิวหนังมากกว่านั้นเอง ยังไม่หมดเพียงเท่านี้วันนี้เราก็ยังมีการเลือกครีมกันแดดหน้าและตัวให้เหมาะกับผิวของคุณอีกด้วย มาดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
           ในทางผู้เชี่ยวชาญนั้นจะแนะนำให้เลือกครีมกันแดดหน้าและตัวที่เหมาะสมกับผิวของตนเองเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพราะผิวแต่ละชนิดเหมาะกับครีมกันแดดที่แตกต่างกันไปดังต่อไปนี้

- ผิวขาวแบบชาวยุโรปนั้นเป็นที่ผิวบางมากซึ่งจะเกิดการทำให้ผิวไหม้ง่ายมากหลังจากที่สัมผัสกับแสงแดด จึงจำเป็นต้องใช้ครีมกันแดดหน้าและตัวที่มีค่า SPF สูง ๆ (SPF 45-60)

- ผิวขาวอมชมพูในคนเอเชีย ผิวชนิดนี้ก็บอบบางมากเช่นกัน ดังจึงทำให้เกิดผิวไหม้ได้ไว เกิดผิวสีแทนได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับแสงแดด ควรใช้ครีมกันแดดหน้าและตัวที่มีค่า SPF ค่อนข้างสูง (SPF 30-45)

- ผิวขาวเหลืองในคนเอเชีย ผิวชนิดนี้บางแต่ไม่มากเพราะยังมีเมลานินอยู่บ้างจึงสามารถทนต่อแสงแดด การเกิดผิวหนังร้อนแดงได้ช้ากว่าผิว 2 ชนิดแรก ควรเลือกครีมกันแดดชนิดที่มีค่า SPF ปานกลาง (SPF30)

 - ในส่วนผิวคล้ำที่มีเมลานิลสูง ผิวสีน้ำตาลไม่เกิดการไหม้ ไม่เกิดสีแทน ใช้ครีมกันแดดหน้าและตัวที่มี SPF ต่ำ (SPF 15) SPF ค่าสูงป้องกันได้นานกว่า ไม่ใช่ป้องกันได้ดีกว่า

           และนี่ก็ประโยชน์และวิธีการเลือกซื้อครีมกันแดดหน้าและตัวที่เหมาะสมหวังว่าท่าผู้อ่านนั้นจะได้ประโยชน์กับบทความนี้อาจลืมนำเทคนิคและความรู้ต่างๆมาใช้กันในชีวิตประจำวันกันนะค่ะ

หน้า: [1] 2